ข่าวกีฬา ชีวิตใหม่หลังเสี้ยวเวลาแห่งความเป็นความตายของ “อารอน เลนนอน”

Posted by

ข่าวกีฬา ชีวิตใหม่หลังเสี้ยวเวลาแห่งความเป็นความตายของ “อารอน เลนนอน”

ข่าวกีฬา

 

“สิ่งที่ยากที่สุดของผมในเวลานั้นคือการยอมรับและบอกตัวเองว่า … โอเค นายต้องดิ้นรนและบอกเรื่องนี้กับใครสักคนแล้วเพื่อน”

ปี 2020 ในวัย 33 ปี อารอน เลนนอน เป็นสมาชิกใหม่ของสโมสร เคย์เซริสปอร์ ในลีกตุรกี และนี่คือการย้ายออกไปค้าแข้งในต่างแดนครั้งแรกของเขานับตั้งแต่เดบิวต์กับ ลีดส์ ยูไนเต็ด เมื่อ 17 ปีก่อน … มันชัดเจนว่าเขาถูกตีค่าในนักเตะที่อยู่ในช่วงบั้นปลายและขาลงแล้ว แต่นั่นไม่ใช่กับเขาที่เคยผ่านประสบการณ์ตรงของการปะทะกับช่วงเวลา “ขาลง” จนเกือบต้องปลิดชีพตัวเองมาแล้ว

ติดตามเรื่องราวของช่วงชีวิตที่ยากลำบากที่สุดของนักฟุตบอลอาชีพ ที่นำไปสู้ชีวิตใหม่ … ผ่านประสบการณ์ของ อารอน เลนนอน กับ Main Stand ที่นี่

ชีวิตที่ใครก็อิจฉา

ต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เบอร์น่า เกิซบาชี่ ประธานสโมสร เคย์เซริสปอร์ ในลีกตุรกี เปิดตัวนักเตะใหม่ของทีมดีกรีทีมชาติอังกฤษอย่าง อารอน เลนนอน แบบไม่เป็นทางการ ภายในรูปภาพใบนั้นสีหน้าของ เลนนอน ยิ้มแย้ม ดูมีความสุข และตื่นเต้นกับการผจญภัยครั้งใหม่ … ราวกับว่าเมื่อ 3 ปีที่แล้วไม่เคยเกิดบางสิ่งที่เลวร้ายเกี่ยวกับสภาพจิตใจของเขาเลย

อารอน เลนนอน ถือเป็นนักเตะที่ไปเกือบจะแตะจุดสูงสุดของฟุตบอลอังกฤษ หากถามว่าขาดอะไรก็คงต้องบอกว่าขาดเพียงแชมป์พรีเมียร์ลีกเท่านั้นเอง เส้นทางชีวิตของเขาควรจะเป็นคนที่เต็มไปด้วยเกียรติยศและความภาคภูมิใจ เพราะได้รับการยกย่องตั้งแต่ยังอายุยังน้อย

ตอนอายุ 14 ปี เลนนอน เป็นนักเตะเยาวชนของ ลีดส์ ยูไนเต็ด นาทีนั้นเรื่องฝีเท้าของเขาถูกเอามาคุยกันทั่วเกาะอังกฤษ ว่านี่คือนักเตะที่จะยอดเยี่ยมแบบหาตัวจับยาก ทั้งเร็วและเทคนิคดี ต่างจากปีกทีมชาติอังกฤษเคยมีทุกคน

ความเก่งกาจนี้ยืนยันด้วยการที่เขากลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดในเกาะอังกฤษและในประวัติศาสตร์ ที่สปอนเซอร์รองเท้าเข้าตั้งแต่อายุ 14 ปี เท่านั้น … อย่าลืมว่าตอนนั้นคือปี 2000 ซึ่งเป็นยุคแรก ๆ ที่การทำการตลาดเชิงรุกที่มาพร้อม ๆ กับโลกอินเตอร์เน็ต ดังนั้นมันพอจะบอกได้ว่าชื่อของเลนนอน เป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง ตั้งแต่ยังไม่ได้ลงเล่นทีมชุดใหญ่ให้ลีดส์เลยด้วยซ้ำ

เลนนอน ไม่ใช่เด็กนอกลู่นอกทาง เขาดูแลร่างกายของตัวเองอย่างดี นั่นทำให้แม้ว่าเขาจะตัวเล็ก แต่ก็ยากจะมีใครหยุดได้ จากการรักษาบาลานซ์และศูนย์ถ่วงของร่ายกายได้อย่างยอดเยี่ยม

ตัวของเขาได้เดบิวต์กับ ลีดส์ ตั้งแต่อายุ 16 ปี 129 วัน ในเกมกับ สเปอร์ส เมื่อปี 2003 ก่อนที่หลังจากนั้นอีก 2 ปี ก็เป็น สเปอร์ส ที่คว้าตัวเขาไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 1 ล้านปอนด์ จากสถานการณ์ที่ลีดส์ ตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก และมีหนี้สินล้นพ้นสโมสรจนต้องขายเขาออกมาแบบเลี่ยงไม่ได้

เส้นทางหลังจากนั้นหลายคนคงรู้ดี เลนนอน ก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะริมเส้นตัวหลักของ สเปอร์ส ได้รางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของพรีเมียร์ลีกตอนอายุ 19 ปี มีส่วนร่วมกับการเป็นแชมป์ คาร์ลิง คัพ ในปี 2007 นอกจากนี้ยังก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ ติดธงต่อเนื่อง สวมเสื้อหมายเลข 7 ที่ยิ่งใหญ่นับเป็นเกียรติประวัติที่น้อยคนจะทำได้

ชีวิตทั้งหมดดูเหมือนไม่ได้มีความลำบากอะไร เขามีค่าเหนื่อยราวสัปดาห์ละ 55,000 ปอนด์ มีครอบครัวที่อบอุ่นดี แต่ปัญหาที่หลายคนมองไม่เห็นคือ ต่อให้มีเงิน แต่บางครั้งชีวิตนักฟุตบอลอาชีพก็ใช่ว่าจะสุขสบายตลอด 24 ชั่วโมง

ปัญหาดังกล่าวไม่เคยส่งผลอะไรต่อเขาในวันที่ยังสามารถเล่นได้ดีอยู่ในจุดพีก ทว่าหลายสิ่งก็เปลี่ยนไปในช่วงที่เขาเริ่มอายุมากขึ้น หลังจากอยู่กับ สเปอร์ส มาได้ 7-8 ปี เลนนอน ก็ไม่ใช่หนุ่ม ๆ อีกต่อไป และสำหรับนักเตะตำแหน่งริมเส้นที่ต้องใช้ความเร็ว เรื่องของอายุและร่างกายมีผลมาก ยิ่งเทรนด์ของฟุตบอลเปลี่ยนไปในช่วงหลังปี 2010 ยิ่งมีผลไปกันใหญ่

ณ เวลานั้นนักเตะประเภท “ปีกธรรมชาติ” อย่าง เลนนอน ถูกมองว่า “ตกยุค” กล่าวคือการวิ่งไปสุดเส้นหลังและเปิดบอลเข้ามาให้กองหน้ายิงประตู มันไม่ตอบโจทย์ฟุตบอลสมัยใหม่อีกต่อไป นักเตะปีกยุคใหม่ต้องแข็งแกร่ง ช่วยเกมรับได้ มีจังหวะตัดเข้าในและมีความหลากหลายในการเล่น ให้คู่แข่งเดาไม่ได้ว่าจะเปิดหรือจะยิง ซึ่งเทรนด์นี้เองทำให้ เลนนอน เริ่มโดนแทนที่โดยนักเตะคนใหม่ที่สโมสรซื้อเข้ามาคนแล้วคนเล่า จากคนที่ลงเล่นต่อเนื่องก็กลายเป็นคนที่ต้องรับบทบาทตัวสำรองถาวร และนั่นคือ “ความยาก” ของการเป็นนักฟุตบอล

ขอบคุณแหล่งข่าว : www.sanook.com
สนใจสมัคร ติดต่อ : ufabetegg.com

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *